project นี้เป็น project ที่ได้ทำ character animation เต็มๆ รู้สึกชอบและสนุกกับมันมากๆ ช่วงก่อนที่จะเริ่ม project ผมก็พยายามหา tutor เรื่อง principle of animation มาดูมาอ่านทำความเข้าใจกับหลักการต่างๆที่เมืองนอกเค้าทำกัน คิดว่าอยากจะทำออกมาให้ดูดีที่สุดเท่าที่จะทำได้ ระหว่างขั้นตอนการทำก็มีเรื่องสงสัยมากมายเต็มไปหมด มีความสับสนในเรื่อง animation เกิดขึ้นเต็มหัวไปหมด ไม่รู้ว่าไอหลักการต่างๆนานาที่ได้หาความรู้มา มันเอาไปใช้กันตอนไหน ตอนไหนควรใช้ ตอนไหนไม่ควรใช้ ก็ทำแบบงูๆปลาๆ ไปตามประสาคนที่ศึกษาเองในช่วงเริ่มต้น บวกกับปรึกษา พี่ Head ที่แบ่ง shot กันทำกับผม ก็ค่อยๆทำกันไปจนผลงานออกมาตามที่ตั้งใจไว้ แต่ถึงที่สุดแล้วใน project นี้ผมเองก็มีเรื่องสงสัยอยู่เรื่องนึง ที่คิดไม่ตกซะที...คือ การทำ animation ใน TVC นั้นแตกต่างกับการทำ animation ในหนังในการ์ตูนมั้ย ถ้าในกรณีที่โจทย์ของทุกๆสื่อคือ character animation เหมือนกัน ผมเอาคำถามนี้ไปถามพี่ Head คนนึงด้วยความสงสัยแบบเด็กๆ และแล้วก็ได้คำตอบมาว่า
จริงๆแล้วมันก็ต่างกันเพราะว่าในการทำ TVC มันมีเรื่องของการขาย เรื่องของ business เข้ามาเกี่ยวข้องด้วยบาง shot การ movement ที่มากไปของตัวละครมันอาจดึงสายตาคนดูมากเกินไปจนคนดูไม่ดูของที่เค้าจะขาย อย่างเช่นพวก shot ที่เค้าจะโชว์ pack หรือ demon shot อะไรพวกนี้ บางทีก็เข้าใจว่าเราอยากจะใส่ความ overacting ลงไปแต่ว่าบางครั้งแล้วด้วยปัจจัยต่างๆทาง ธุรกิจแล้วเราก็ควรจะพาสายตาของคนดูไปที่ pack หรือสิ่งที่ลูกค้าต้องการจะขายมากกว่า บางทีอาจจะต้องคำนึงถึงเรื่องเส้นสายต่างๆใน shot เลยว่าเส้นต่างๆที่เกิดขึ้นเนี่ยมันพาสายตาคนดูเข้าไปที่ point ของเค้ารึเปล่า ต่างกับใน การ์ตูนหรือในหนัง ที่ animator สามารถใส่จินตนาการต่างๆได้อย่างเต็มที่เพียงแค่ขอให้ จินตนาการต่างๆเหล่านั้นของพวกเขาไปส่งเสริมการเล่าเรื่องใน shot นั้นๆให้ชัดแจ๋วยิ่งขึ้นมันก็ย่อมทำได้ไม่มีความผิดแต่อย่างใด ด้วยประการฉะนี้เอง ใน project นี้ผมก็เลยได้รู้ถึงข้อแตกต่างและข้อจำกัดบางอย่างของการทำ animation ใน TVC โดยฉะนี้แล..... หุหุ
จริงๆแล้วมันก็ต่างกันเพราะว่าในการทำ TVC มันมีเรื่องของการขาย เรื่องของ business เข้ามาเกี่ยวข้องด้วยบาง shot การ movement ที่มากไปของตัวละครมันอาจดึงสายตาคนดูมากเกินไปจนคนดูไม่ดูของที่เค้าจะขาย อย่างเช่นพวก shot ที่เค้าจะโชว์ pack หรือ demon shot อะไรพวกนี้ บางทีก็เข้าใจว่าเราอยากจะใส่ความ overacting ลงไปแต่ว่าบางครั้งแล้วด้วยปัจจัยต่างๆทาง ธุรกิจแล้วเราก็ควรจะพาสายตาของคนดูไปที่ pack หรือสิ่งที่ลูกค้าต้องการจะขายมากกว่า บางทีอาจจะต้องคำนึงถึงเรื่องเส้นสายต่างๆใน shot เลยว่าเส้นต่างๆที่เกิดขึ้นเนี่ยมันพาสายตาคนดูเข้าไปที่ point ของเค้ารึเปล่า ต่างกับใน การ์ตูนหรือในหนัง ที่ animator สามารถใส่จินตนาการต่างๆได้อย่างเต็มที่เพียงแค่ขอให้ จินตนาการต่างๆเหล่านั้นของพวกเขาไปส่งเสริมการเล่าเรื่องใน shot นั้นๆให้ชัดแจ๋วยิ่งขึ้นมันก็ย่อมทำได้ไม่มีความผิดแต่อย่างใด ด้วยประการฉะนี้เอง ใน project นี้ผมก็เลยได้รู้ถึงข้อแตกต่างและข้อจำกัดบางอย่างของการทำ animation ใน TVC โดยฉะนี้แล..... หุหุ
จบ project แล้วก็รู้สึกได้เลยว่า animation ของเรายังห่างชั้นกับคำว่า Animation สุดเจ๋ง !! อยู่อีกหลายขุมนัก สิ่งที่ทำได้ตอนนี้คือ พยายามฝึกต่อไปและดูว่าคนเก่งๆเค้าทำยังไงกัน งานเค้าถึงออกมางดงามปานนั้น บวกกับเรื่อง acting ที่จะทิ้งเสียไม่ได้เลย บางครั้งตอนที่ผมดูงาน animation ของฝรั่งผมก็นึกอยู่ในใจว่าทำไม เวลาที่เค้าเสียใจ ดีใจ หัวเราะ เย้ยหยัน ไม่ว่าอารมณ์อะไรแต่ละคนเค้าจะสื่อมันออกมาได้คล้ายๆกัน พวกเค้ามีสูตร acting หรืออย่างไรอันนี้ก็ไม่ทราบได้ ใครรู้คำตอบจริงๆก็ช่วยสงเคราะห์บอกผมทีเถิด รู้แต่ว่าบางทีเข้า 11secondclub ไปดูงานของเทพๆทั้งหลายก็ยังไม่เลิกสงสัยซะทีว่าทำไมมันคล้ายกันได้ปานนี้ ทั้งหมดนี้ก็ยังคงเป็นความลับสำหรับผมในตอนนี้หละครับ เพราะยังไม่เทพ แต่ที่แน่ๆยังไงก็ต้องคอยศึกษาค้นคว้ากันต่อไปอีกยาวๆหละ...สู้ๆ

